ข่าวกีฬา
ที่1เอกฉันท์!

ที่1เอกฉันท์!

ที่1เอกฉันท์! 10 สุดยอดมิดฟิลด์ประจำฤดูกาล 2020/21

ที่1เอกฉันท์! ฤดูกาล 2020/21 ปิดฉากอย่างเป็นทางการหลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เชลซี สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าถ้วย “บิ๊ก เอียร์” มาครองได้

ที่1เอกฉันท์!

ในรายการแข่งขันนี้ เราได้เห็นผู้เล่นอายุน้อยๆ หลายคน และผู้เล่นที่น่าสนใจอีกหลายรายที่ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเราได้คัดเอา 10 แข้งตำแหน่งกองกลางที่ทำผลงานได้ดีที่สุดประจำซีซั่นที่ผ่านมา จะมีใครบ้างไปดูกันได้เลย

    10. เฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า)    

บาร์เซโลน่า คว้า แฟรงกี้ เดอ ยอง เข้ามาเพื่อหวังว่าให้มาทดแทน เซร์คิโอ บุสเก็ต ที่เข้าสู่ช่วงโรยรา อย่างไรก็ตาม แข้งดัตช์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองมีบทบาทมากกว่านั้น และก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับ “เจ้าบุญทุ่ม”

นอกจาก เปดรี้ แข้งเด็กปั้นของทีม แล้ว เดอ ยอง ยังเป็นกุญแจสำคัญในเกมบุก และทาง โรนัลด์ คูมัน ก็ใช้งานเด็กคนนี้ได้หลากหลายตำแหน่ง มีถอยไปเล่นเซนเตอร์แบ็กบางนัดยามที่ทีมเจอปัญหาแนวรับบาดเจ็บ

เดอ ยอง สร้างชื่อได้เต็มตัวในปีนี้ และเป็นนักเตะที่สำคัญลำดับต้นๆ ด้วยการลงสนามไป 37 นัด โดยลงเล่นเป็นตัวจริงถึง 35 เกม อีกทั้งเจ้าตัวยังทำประตูได้ 7 ลูก และแอสซิสต์อีก 8 ครั้ง

    9. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า)

ที่จริง แจ็ค กรีลิช ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาแล้วตั้งแต่ฤดูกาล 2019/20 โดยตอนนั้นแบก แอสตัน วิลล่า หนีตกชั้น แล้วก็ทำได้สำเร็จ

และในฤดูกาล 2020/21 “สิงห์ผยอง” ทำผลงานดีจนขึ้นมาเบียดหัวตาราง พรีเมียร์ลีก จนทำให้ กรีลิช เป็นหนึ่งในผู้เล่น อังกฤษ ที่ฟอร์มดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม กรีลิช ประสบปัญหาบาดเจ็บหายหน้าจากทีมไปร่วม 3 เดือน แต่ผลงานลงสนาม 27 นัด ทำได้ 7 ประตู และ 12 แอสซิสต์ ก็บ่งบอกแล้วว่าเขาเจ๋งมากแค่ไหน

    8. นิโกโล่ บาเรลล่า (อินเตอร์ มิลาน)

จริงอยู่ว่าการประสานงานกันของคู่หัวหอกอย่าง โรเมลู ลูกากู กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะเป็นส่วนสำคัญที่พา อินเตอร์ มิลาน เถลิงแชมป์ สคูเด็ตโต้ แต่ผลงานของ นิโกโล่ บาเรลล่า ที่คุมทัพตรงกลางสนามก็ไม่ควรที่จะเมินความสำคัญ

บาเรลล่า เป็นมิดฟิลด์แบบ บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ทำงานหนักตลอดทั้งเกม ความมุ่งมั่นของเขาทำให้ อินเตอร์ ได้ประโยชน์จากจุดนี้ และยังช่วยทั้งในเรื่องเกมรับ-เกมรุก รวมถึงขึ้นสูงเข้าไปในพื้นที่แดน 3(Final Third)

ดาวเตะวัย 24 ปี ทำไป 3 ประตู กับอีก 13 แอสซิสต์จากการลงสนาม 46 นัดทุกรายการ

    7. โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด)

เรอัล มาดริด มีฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำ พวกเขาไร้โทรฟี่ติดมือครั้งแรกในรอบ 11 ปี และ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีมก็บอกลาหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

ในขณะที่พวกเขาเสียแชมป์ ลาลีกา ไปให้คู่อริร่วมเมือง และเป้าหมายในบอลยุโรปก็หลุดร่วง เรื่องดีที่ “ราชันชุดขาว” ยังพอยิ้มได้คือ ฟอร์มการเล่นของสองมิดฟิลด์วัยเก๋าอย่าง โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ โครส ที่ทำผลงานได้น่าประทับใจในฤดูกาลนี้ ยิ่งเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ในเลกแรก ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งลูกจ่ายระยะไกลของเขายังมีพิษสงเป็นอันตรายต่อคู่แข่งอยู่เสมอ

42 นัดในซีซั่นนี้ โครส ทำได้ 3 ประตู กับอีก 12 แอสซิสต์ และจะยังเป็นตัวหลักของ มาดริด ต่อไปในซีซั่นหน้า รวมถึงทีมชาติเยอรมนี ในการแข่งขัน ยูโร 2020

    6. มาร์กอส ยอเรนเต้ (แอต.มาดริด)

มาร์กอส ยอเรนเต้ เป็นเหมือนผู้นำบนแผงมิดฟิลด์ของ แอตเลติโก มาดริด ที่พาทีมผงาดคว้าแชมป์ ลาลีกา ในฤดูกาลที่ผ่านมา โดย ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ได้ปลุกปั้นให้ ยอเรนเต้ พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีที่สุดในลีก

แม้ว่า ยอเรนเต้ จะโดนเด่นเรื่องเกมรุก แต่เขาก็ยังสามารถลงมาเล่นเกมรับได้ดี ผลงานการช่วยเกมรับทำให้เขาได้รับคำชมมากไม่แพ้กับเรื่องเกมรุกที่โดดเด่นติดตัวอยู่แล้ว

ยอเรนเต้ มีฤดูกาลที่ดีด้วยการทำไป 13 ประตู และ 12 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 45 เกม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแข้งรายนี้คือหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน

    5 โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

ตลอดฤดูกาล 2020/21 โธมัส มุลเลอร์ พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ทำไมเขาถึงยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อันตรายที่สุดในกรอบเขตโทษฝั่งตรงข้าม

สำหรับกองหน้าที่สะสมยอดจำนวนประตูเป็นกอบเป็นกำอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในอีกด้านคนที่คอยสนับสนุนกองหน้าเลือดโปลก็คือ มุลเลอร์

มุลเลอร์ ขึ้นนำท็อปชาร์ตแห่งศึก บุนเดสลีกา ในเรื่อง ผ่านบอลจังหวะสำคัญ, แอสซิสต์ และการสร้างสรรค์โอกาสทำประตู นอกจากนี้ทักษะการเล่นแบบเพลย์เมคเกอร์แล้ว เขายังแบ่งเบาภาระ เลวานดอฟสกี้ ในเรื่องทำประตูได้อีกต่างหาก

15 ประตู และ 24 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 46 นัด การันตีความยอดเยี่ยมของเขาได้ดี

    4. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)

เควิน เดอ บรอยน์ ต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บหลายครั้งในฤดูกาล 2020/21 อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เขาลงสนาม เราได้เห็นความยอดเยี่ยมการทำเกมจากไอเดียหัวคิดของเขาอยู่เสมอ

เดอ บรอยน์ เป็นกองกลางประเภทที่ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย กาารผ่านบอลระยะไกลเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ อีกทั้งยังสามารถทำประตูได้ทั้งสองเท้า และเป็นหัวใจสำคัญในการขึ้นเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้ว ทั้งเขาและต้นสังกัดไม่สามารถคว้าแชมป์ยุโรป มาครอบครองได้

ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม ทำไป 10 ประตูกับอีก 18 แอสซิสต์ จาก 40 เกมทุกรายการ พร้อมกับมีเหรียญแชมป์อย่าง คาราบาว คัพ และ พรีเมียร์ลีก ติดมือ

    3. บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

นับตั้งแต่เข้ามาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม ปี 2020 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  เขากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของทีมในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา และสามารถจุดประกายสร้างสรรค์เกมรุกในแบบที่สาวก เร้ด เดวิลส์ ไม่ได้เห็นมานานหลายปี

นอกจานี้ บรูโน่ ยังช่วยรีดศักยภาพที่ดีที่สุดของ ปอล ป็อกบา ออกมาได้ จนทำให้ทั้งคู่มีบทบาทสำคัญที่พา “ปีศาจแดง” จบรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก และผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก

ณ ตอนนี้ บรูโน่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งการทำประตู และการสร้างสรรค์เกมของเขาก็เข้าขั้นผู้เล่นระดับเวิลด์ คลาส

ดาวเตะวัย 26 ปีทำไป 28 ประตูกับอีก 17 แอสซิสต์ ตลอดการเล่น 58 นัดทุกรายการในซีซั่นที่ผ่านมา

    2. โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

โยชัว คิมมิช กลายเป็นมิดฟิลด์ที่มีความสามารถหลากหลายที่สุดในโลก เขาสามารถเล่นได้ทุกบทบาทบนแผงกองกลาง และยังทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมกับทุกตำแหน่งที่ลงเล่น ซึ่งเขาเล่นได้ตั้งแต่ ฟูลแบ็ก ไปจนถึงผู้เล่นหมายเลข 10

การผ่านบอล, เทคนิค และความสามารถในการทำลายเกมคู่แข่ง ทำให้ คิมมิช เป็นมิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบ เขาโดดเด่นในบทบาทตัวคุมเกมที่คอยหยุดเกมรุกคู่แข่ง รวมถึงการแย่งบอลกลับคืนให้ทีม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการโต้กลับเร็วทำประตู

ดาวเตะวัย 26 ปีทำได้โดดเด่นกว่าคนอื่นในด้านการกำหนดจังหวะของเกมการเล่นและการเอาชนะคู่แข่งจนครองพื้นที่ตรงกลางสนามได้ คิมมิช ทำไป 6 ประตูกับอีก 14 แอสซิสต์ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งที่ส่วนใหญ่เขาลงเล่นในบทบาทตัวคุมเกม

ที่1เอกฉันท์!    1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี)

คนที่ทำได้ดีก็สมควรได้รับการยกย่องตามที่เขาควรจะได้รับ ต้องว่ากันตามตรง หาก เชลซี ไม่มี เอ็นโกโล่ ก็องต้ คงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หนล่าสุดได้

ความชาญฉลาดในด้านแท็กติก และความสามารถในการวิ่งกดดันใส่คู่แข่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีคุณค่าในแบบไม่เหมือนใคร

การวิ่งไม่มีหยุดมักจะบดบังเรื่องทักษะเทคนิคของเขา นอกจากจะเล่นเกมรับได้ไม่มีที่ติแล้ว ดาวเตะวัย 30 ปียังเป็นผู้เล่นที่ผ่านบอลได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย

นอกจากนี้เป็นเรื่องยากของฝั่งตรงข้ามที่จะสลัดการไล่ล่าของ ก็องเต้ ซึ่งเขาก็มีส่วนร่วมกับเกมโต้กลับของ เชลซี

เกมใหญ่ๆ มักจะถูกตัดสินกันโดยวัดผลงานกันที่แผงมิดฟิลด์ ซึ่ง ก็องเต้ ก็ก้าวขึ้นมาทำผลงานเด่นแบบถูกที่ถูกเวลา และมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด

ก็องเต้ ทำงานหนักเป็นสองเท่าเหมือน เชลซี มีผู้เล่นมิดฟิลด์สองคนในร่างเดียว และเมื่อมิดฟิลด์ร่างเล็กรายนี้อยู่บนสนามมักเป็นฝันร้ายของผู้เล่นฝั่งตรงข้าม

ก็องเต้ คว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลายต่อหลายนัดในรอบน็อกเอาท์ ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงในรอบรองชนะเลิศ ทั้งสองเลก จวบจนไปถึงรอบชิงชนะเลิศ

เป็นเรื่องยากที่จะหาผู้เล่นที่จะส่งผลกระทบเชิงบวกให้กับทีมได้ขนาดนี้บนเวทีใหญ่ในรอบที่สำคัญสุดๆ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม ก็องเต้ ถึงยืนหนึ่งในลิสต์สุดยอดมิดฟิลด์แห่งฤดูกาลที่ผ่านมา

 

 

  • อัพเดททุกข่าวสารของวงการกีฬาที่นี่  :  workufabet.com
  • ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก  :  www.siamsport.co.th